:: เหนื่อยกับงานสุดๆ ::

posted on 17 Jun 2011 11:04 by floramaria in Diary
 
ตอนนี้ง่วนอยู่กับงาน งาน งาน งาน
งานมันจะเยอะไปไหนเนาะ :(
 
เดี๋ยวก็ต้องเข้าห้องสมุดทั้งวัน ทำงานสองสามวิชารวด (เพราะที่นี่เค้าไม่ให้ยืมซ้ำถ้างวดก่อนยังไม่ได้คืน)
ถ่ายเอกสาร อ่าน สรุป เขียน ย่อ บานเลยทีเดียว
นี่แหละน้อชีวิตมหาวิทยาลัย ไม่จบ ก็ไม่พ้นวงจร
เมื่อก่อนเหรอตอนมัธยมทำงั้นๆก็ผ่านแล้ว ชั้นมันคนเก่ง โฮะๆ
ตอนนี้นะเหรอ? ทุกตัวเลขของคะแนนล้วนมีค่าพอๆกับเหรียญ 1 บาท!!
เลขตัวเดียวสำคัญต่อเกรด อ๊ากกกกกกกกก
 
สู้ต่อไป นิสิตปีสาม
 
ป.ล.ปกติมีคนที่เป็นกำลังใจอยู่เสมอ แต่ตอนนี้งอนคนให้กำลังใจ เลยต้องเรียกกำลังตัวเอง :(
(อยู่ในระหว่างการรับน้อง)
 
มหาวิทยาลัยอื่น ไม่รู้ว่าเขารับน้องกันยังไง แต่มหาวิทยาลัยบูรพารับน้องชะแน่นแฟ้นจนหายใจไม่ออก!
ใครที่สังคมจ๋าชื่นชอบคนเยอะๆอาจจะสนุกไม่ใช่น้อย แต่ไม่ใช่กับฉันคนที่ตีวงสังคมไว้แคบ
คณะอื่นจะเหมือนกันไหมก็ไม่รู้อีก แต่ตัวฉันอยู่คณะมนุษย์ศาสตร์
 
จับสลากสายเทค เห็นสโลแกนประจำสายแล้วให้น้องจับสลาก ได้สโลแกนพี่คนไหน ต้องเป็นน้องเทค โถ เถาของพี่คนนั้นไปเลย บางคนก็ตั้งไว้ชะสั้น บางคนก็ตั้งไว้ชะยาวเฟื้อยไม่รู้เพ้อหาพระแสงอะไรของมัน (ฉันนี่หว่า) แต่ทีนี้เอกประวัติศาสตร์เพิ่งแตกหน่ออ่ะ กลายเป็นเอกจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมปกและเป รวมกันตั้งเลี้ยงน้องทั้งหมด 3 เอก (เหนื่อยไหม!?)
 
หน้าที่พี่ก็เขียนจดหมายให้น้อง ให้ขนมตามวันที่นัดไว้ ถ้าเป็นปีสองต้องมาดูแลน้องกับที่บ้างในบางครั้ง แต่อยู่ปีสามก็นึกว่าจะสบายนะ ไม่ได้ไปรับจดหมายทุกวัน...โดนแฝดเทคมาว่านะสิ ทำไมไม่ไปเอาจดหมายน้อง ชั้นก็ซีดเลย เราเป็นพี่ใจร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ แค่ไม่ได้ไปรับจดหมายมาเขียนทุกวันในขณะที่น้องส่งเอ๊าส่งเอา แล้วมาบ่นเหงาพี่ไม่มาเอาไปเลย โอ๊ย เครียดมันตรงนี้แหละ
 
เครียดจนไมเกรนขึ้น เพราะถึงเป็นคนตีวงสังคมแคบแต่ก็แคร์ใจคนนะ เหมือนทำร้ายจิตใจน้องเขาไม่รู้ตัว
 
อิมเมจเราติดลบไปไม่รู้กี่หน่วยว่าเป็นพวกทำตัวห่างไกลผู้คน ไม่เหลียวไม่แลไม่แคร์ใคร โอ๊ย! จะบ้าตาย ชั้นแค่ไม่ชอบเข้าสังคม ไม่ชอบเอ็นจอยปาร์ตี้เฮฮา เงียบๆไม่พูดไม่ทักอะไรไม่ได้แปลว่าชั้นเลวห่าซาตานนะโว้ย
 
ฉันก็คนมีหัวใจเหมือนกัน ไม่ได้หลงตัวเองนะแต่ธาตุแท้ของฉันเป็นคนอารีจริงๆ ไม่ชอบคิดร้ายกับใคร ใครจะไม่เชื่อก็ตามใจเถอะ แต่ไม่มีประโยชน์หรอกนี่ว่าฉันจะไปเอาใจหวังผลเคลือบแคลงเพื่ออะไร ทุกอย่างที่ฉันแสดงออกมีแต่ความจริงใจ ฉันไม่คิดจะเอาอะไรจากใคร
 
ไม่เหมือนพี่เทค โถ เถาบางคนเจ้าบุญทุ่ม แต่หวังผลใหญ่โตวัน Thanks Take น้องเอาของมาซื้อขอบคุณพี่ๆ ถ้าของขวัญเล็กน้อยพี่ก็งอนน้องเสียใหญ่โต ในงานนั้นฉันเคยให้อะไรก็ให้ไปเท่าที่จะให้ได้ ของขวัญได้รับอะไรก็รับเท่าที่น้องจะเต็มใจให้ ต่างคนต่างเต็มใจมีความสุขกว่าเยอะจริงๆ
 
ฉันไม่เน้นปริมาณ แต่ฉันเน้นความจริงใจที่มีให้
 
เข้าใจไหมจ๊ะ?
 
 
ตอนนี้ฉันมีน้องปีหนึ่งให้เลี้ยงทั้งหมด  5  คน (ก็ น้อง มัน เยอะ นี่ นา !!)
น่ารักกันทั้งนั้น อย่างอนกันน้า นะ นะ นะ ที่ไม่ได้ตอบจดหมายให้ใน 1 วันหลังเขียน OTL

:: เปิดเทอม ::

posted on 01 Jun 2011 20:35 by floramaria
"ว้าว~"
 
เป็นเสียงที่มาออกจากใจและปากเมื่อนึกถึงวันๆคืนๆที่ผ่านมาในช่วงเปิดเทอมนี้ละ~ ทั้งเพลินและวุ่นสุดๆไปเลย
แล้วกำลังทำอะไรในช่วงนี้ละ?
 
 
เปิดเทอม
 
อลหม่านนิดหนึ่ง"" แต่สนุกสนานได้อีก! เลือกเรียนวิชาโทไทย...คนลงเรียนน้อยสุดๆไปแล้ว! แอบเฟลที่เป็นวิชาที่ใครๆชอบมองว่ายากมากๆและไม่สนุก ไม่น่าเรียน เรียนไปจะได้อะไรละ มีประโยชน์น้า! QwQ พวกทักษะการพูดการเขียนอ่านทั้งหลาย เป็นประโยชน์ออกจะตายเวลาที่คุณทำงานทางเอกสารนะ! ก็น้า...วิชาที่ชอบแท้ๆนี่นา ไอ้เรามักจะชอบอะไรที่ชาวบ้านไม่ค่อยชอบกัน....แย่เลยอ่า (อารมณ์เหมือนชอบเพลงคลาสสิกแต่ชาวบ้านไม่ได้ฟังกัน)
 
แต่ก็ดีแล้วละ เพื่อนร่วมวิชาโทน้อยๆนี่สิสุดยอด! คนมาเรียนน้อยแถมได้เรียนในห้องแอร์เล็กๆ อบอุ่นครื้นเครงสุดๆไปเลยละ เพื่อนคนละเอกแม้ไม่ได้คุยกันแต่น่ารักและสร้างบรรยายกาศได้สุดๆ 
 
แต่ก็ดันชนโคร้มกับวิชาเอกอยู่ตัวหนึ่ง เอกบังคับชะด้วย ต้องไปถอนออกเลย TxT" แย่จังวิวัฒนาการวรรณคดีนี่อยากเรียนมากๆแต่ก็ต้องเอาออกเพื่อเรียนประวัติศาสตร์ท้องถิ่น อาจารย์บอกไม่ยากนะครับนิสิตแต่ต้องออกสนามบ่อยๆนะเออ~~เหวอ!! งานนี้ท่าจะเขียนรายงานมือเป็นระวิงแน่คะ! แต่ก็คิดว่าไม่ได้ยากอะไรมากมาย ลงสนามสำรวจท้องถิ่นที่ไหนดีน้า? หนูอยากได้ชนเผ่าทางใต้แบบพวกอุรักละโว้ย~~(เรียกมอร์แกนก็พอมั้ง...)
 
 
เปิดครัว
 
จะบอกว่า เปิดเทอมใหม่นี่แทบซ็อกคะ! น้องเยอะมากกกกก...น้องใหม่ใส่สัญลักษณ์ประจำเอกกับคณะเดินเกลื่อน มหาวิทยาลัยคละๆกับบรรดาเจ๊ๆเฮียๆอีกจำนวนหนึ่ง จราจรทำแทบใจหายทั้งไม่มีที่จอดกับเสียวโดนแมงกะไซค์ปัดกระเด็นไปนิทราบนฟุต บาท ไม่พอคะ ร้านอาหารอ่ะร้านอาหาร!! ไปร้านส้มตำสุดโปรดแทบจะหน้าหงายเพราะคนนั่งแน่นชะทั้งร้าน มองไปร้านไหนก็ไม่ไหวทั้งนั้น คนมันจะเยอะไปไหนกันเนี่ยคะ?
 
เป็นคนเกลียดความพลุกพล่านแออัดมาก บรรยายกาศแบบนี้มักจะทำเอาแทบคลั่งมาแล้วไม่รู้กี่สถานการณ์ คำตอบมีเพียงหนึ่งเดียว..."ทำกับข้าวเองชะเลย!" ทำที่หอเนี่ยแหละคะ มีทั้งตู้เย็นและไมโครเวฟประจำหออยู่...ไม่ใส่ใจมานานแล้ว คราวนี้ละจะใช้กับเขาบ้าง!
 
เมนูแรกนี้ ทุเรียนศรีตั้งชื่อว่า "ต้มฟลุ๊ค"
 
ฟลุ๊คจริงๆคะเพราะว่ามันอร่อยด้วยความบังเอิญแท้ๆ ทำผิดสูตรด้วยนะเนี่ย ตั้งใจจะทำสุกี้เต้าหู้ธรรมด๊าธรรมดา แต่ทำผิดสูตรชะงั้น...ที่ไหนเขาจะใส่น้ำลงไปชะเยอะ(หนักสุดๆตรงนี้คะ) หั่นเต้าหู้ลงไป หั่นเห็ดเข็มทองลงไป และตอกไข่ลงไป ไข่โดนน้ำแล้วมันก็เจือสิคะตียังไงก็ไม่เป็นน้ำไข่สีเหลืองข้นน่ากินอย่าง ที่คิด เฮ้อ น่าจะเอาอีกถ้วยไว้ตีไข่โดยเฉพาะแท้ๆ T-T"
 
แล้วก็เอาเข้าไมโครเวฟทั้งแบบนั้น ปลงเตรียมรับผิดชอบกับความผิดพลาดของตัวเอง
 
เอาขึ้นไปผสมน้ำจิ้มสุกี้ลงในถ้วยต้ม....ผิดอีกแล้วค่ะลืมหยิบถ้วยน้ำจิ้ม เอาเหอะช่างมัน กินได้ก็กินไป...แต่ว่า อ่ะหือ ตกใจคะ มันอร่อยเกินไปแล้ว หวานอย่างไม่เคยกินอะไรแบบนี้มาก่อน! อร่อยอะไรนะเหรอ?ตรงที่ตอกไข่ผิดไงคะ ตอกไข่ลงไปในแบบนั้นมันจะไม่เป็นไข่ต้มสีเหลืองอย่างที่เคยกิน มันจะกลายเป็นไข่ลวกคะ รสชาติของไข่ลวกกึ่งสุกกึ่งดิบนะหวานนุ่มลิ้นสุดๆไปเลย! จากที่เคยไม่กินซดน้ำต้มสุกี้เปล่าก็กลายเป็นซดทุกครั้งเลย เพราะน้ำไข่ทำให้หวานทั้งถ้วยแล้วคะ ไม่ต้องง้อผงซุปหรือน้ำตาลเครื่องปรุงอะไรเลย ยิ่งผสมน้ำจิ้มสุกี้ไปผิดๆกลับยิ่งชูรสสุดๆไปเลย
 
 
มีความสุขมากคะ ครั้งแรกที่ผิดพลาดนำไปสู่การค้นพบชะได้ ต้มฟลุ๊คเป็นทั้งสุกี้และไข่ลวกในถ้วยเดียว
 
เราน่าจะเป็นแม่ศรีเรือนมานานแล้วเนาะ!!
 
 
 

 
 
P.S. เมื่อคืนฝันว่าโดนพ่อแม่บังคับแต่งงานกับผู้ชายที่ไหนไม่รู้ ตื่นมาสงสารผู้ชาย...ทำใจนานไหมมาแต่งกับเค้า อิอิอิอิ
 
P.S. ที่รัก อย่าเครียดไปสิ เนี่ย...ทำไม่สบายชะแล้ว ชั้นเป็นห่วงแล้วนะ...ไปอยู่ดูแลใกล้ๆไม่ได้ด้วย!